วัตถุประสงค์การเรียนรู้ของบท

  1. อธิบายทฤษฎีการเรียนรู้หลัก 4 กลุ่มและนำไปประยุกต์ในการสอนได้

  2. ใช้ Bloom’s Revised Taxonomy ในการออกแบบวัตถุประสงค์การเรียนรู้

  3. อธิบาย Self-Determination Theory และส่งเสริมแรงจูงใจผู้เรียน

  4. ใช้หลักการจิตวิทยาให้คำปรึกษาแบบ Person-Centered ในการดูแลผู้เรียน

5.1 ทฤษฎีการเรียนรู้หลัก 4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1: พฤติกรรมนิยม (Behaviorism)

ทฤษฎีพฤติกรรมนิยมเชื่อว่าการเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้ซึ่งเกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า นักทฤษฎีสำคัญ ได้แก่:

  • Ivan Pavlov: การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก (Classical Conditioning) — สุนัขเรียนรู้ที่จะน้ำลายไหลเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง เพราะเสียงกระดิ่งถูกจับคู่กับอาหารซ้ำๆ

  • Edward Thorndike: กฎแห่งผล (Law of Effect) — พฤติกรรมที่ตามมาด้วยผลที่พอใจจะถูกทำซ้ำ

  • B.F. Skinner: การวางเงื่อนไขแบบกระทำ (Operant Conditioning) — การเสริมแรง (Reinforcement) ทั้งบวกและลบ การลงโทษ ตารางการเสริมแรง

การประยุกต์ในชั้นเรียน: ระบบคะแนน การให้รางวัล การสรรเสริญ ตารางเรียน กฎระเบียบในห้องเรียน

กลุ่มที่ 2: ปัญญานิยม (Cognitivism)

ทฤษฎีปัญญานิยมเน้นกระบวนการทางจิตภายใน เช่น ความจำ การประมวลผล การแก้ปัญหา

  • Jerome Bruner: Discovery Learning — ผู้เรียนค้นพบความรู้ด้วยตนเอง Spiral Curriculum: เนื้อหาเดิมถูกนำกลับมาสอนซ้ำในระดับที่ลึกขึ้น

  • David Ausubel: Meaningful Learning และ Advance Organizers — การเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับโครงสร้างความรู้เดิม

การประยุกต์ในชั้นเรียน: ใช้ Concept Maps, K-W-L Chart, การสรุปความ, การเชื่อมโยงกับชีวิตจริง

กลุ่มที่ 3: คอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism)

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้จากประสบการณ์ตรง การเรียนรู้เป็นกระบวนการเชิงรุกที่ผู้เรียนสร้างความหมายจากประสบการณ์

  • Cognitive Constructivism (Piaget): ผู้เรียนสร้างความรู้โดยลำพังผ่านการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม

  • Social Constructivism (Vygotsky): ความรู้สร้างขึ้นผ่านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

การประยุกต์: Hands-on Learning, Project-Based Learning, Problem-Based Learning

กลุ่มที่ 4: การเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory)

Albert Bandura เสนอว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากการสังเกต (Observational Learning) และการเลียนแบบ (Modeling) แนวคิดสำคัญคือ Self-Efficacy หรือความเชื่อในความสามารถของตนเอง Bandura พบว่า Self-Efficacy ส่งผลอย่างมากต่อความพยายามและความสำเร็จในการเรียน

5.2 Bloom’s Revised Taxonomy (Anderson & Krathwohl, 2001)

Anderson และ Krathwohl (2001) ได้ปรับปรุง Bloom’s Taxonomy เดิม (1956) โดยเปลี่ยนเป็น 2 มิติ:

มิติที่ 1: Knowledge Dimension (ประเภทความรู้)

  • Factual Knowledge (ความรู้ข้อเท็จจริง): คำศัพท์ ข้อมูลพื้นฐาน

  • Conceptual Knowledge (ความรู้เชิงมโนทัศน์): หลักการ ทฤษฎี โมเดล

  • Procedural Knowledge (ความรู้เชิงกระบวนการ): วิธีการ ขั้นตอน เทคนิค

  • Metacognitive Knowledge (ความรู้เชิงอภิปัญญา): ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการคิดของตนเอง

มิติที่ 2: Cognitive Process Dimension (กระบวนการทางปัญญา)

ระดับคำกริยาตัวอย่างตัวอย่างวัตถุประสงค์
1. Remember (จำ)define, list, recall, identifyนักเรียนสามารถระบุขั้นตอน 4 ขั้นของ Piaget ได้
2. Understand (เข้าใจ)explain, describe, summarize, classifyนักเรียนสามารถอธิบาย ZPD ในภาษาของตนเองได้
3. Apply (ประยุกต์)use, solve, demonstrate, executeนักเรียนสามารถใช้ Scaffolding กับผู้เรียนได้
4. Analyze (วิเคราะห์)differentiate, organize, compare, break downนักเรียนสามารถวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของแผนสอนได้
5. Evaluate (ประเมิน)judge, critique, justify, defendนักเรียนสามารถประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การสอนได้
6. Create (สร้างสรรค์)design, construct, produce, planนักเรียนสามารถออกแบบแผนการสอนที่ใช้ Bloom’s ได้

5.3 Self-Determination Theory (Deci & Ryan)

Edward Deci และ Richard Ryan เสนอ Self-Determination Theory (SDT) ซึ่งระบุว่ามนุษย์มีความต้องการพื้นฐานทางจิตใจ 3 ประการที่จำเป็นต่อแรงจูงใจและความเป็นอยู่ที่ดี:

  • Autonomy (ความเป็นอิสระ): ความต้องการรู้สึกว่าตนเป็นผู้กำหนดชีวิตตนเอง มีทางเลือก ครูส่งเสริมได้โดยให้ทางเลือกในงาน วิธีการเรียน และการประเมิน

  • Competence (ความรู้สึกมีความสามารถ): ความต้องการรู้สึกว่าตนสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดี ครูส่งเสริมได้โดยตั้งระดับความยากที่เหมาะสม ให้ feedback ที่เป็นประโยชน์

  • Relatedness (ความสัมพันธ์): ความต้องการรู้สึกเชื่อมต่อและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ครูส่งเสริมได้โดยสร้างบรรยากาศห้องเรียนที่อบอุ่น เคารพกัน

Intrinsic Motivation (แรงจูงใจภายใน) คือการทำสิ่งต่าง ๆ เพราะสนุกและสนใจ ในขณะที่ Extrinsic Motivation (แรงจูงใจภายนอก) คือการทำเพื่อรางวัลหรือหลีกเลี่ยงโทษ SDT ชี้ว่าแรงจูงใจภายในส่งผลต่อการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่า

5.4 จิตวิทยาให้คำปรึกษาสำหรับครู

Carl Rogers พัฒนา Person-Centered Approach ซึ่งเน้นคุณค่าและศักยภาพของมนุษย์ แนวคิดนี้มีหลักการ 3 ประการที่ครูสามารถนำไปใช้:

  • Empathy (ความเข้าใจเชิงอารมณ์): ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้เรียนจากมุมมองของเขา ไม่ตัดสิน

  • Unconditional Positive Regard (การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข): ยอมรับและให้คุณค่าแก่ผู้เรียนทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าจะมีพฤติกรรมหรือผลการเรียนอย่างไร

  • Congruence/Genuineness (ความแท้จริง): ครูแสดงตัวตนที่แท้จริง ไม่แสดงบทบาทที่ไม่ใช่ตนเอง

ทักษะ Active Listening (การฟังอย่างตั้งใจ) ประกอบด้วย: การให้ความสนใจอย่างเต็มที่ การสบตา การสะท้อนความรู้สึก การถามคำถามเปิด และการหลีกเลี่ยงการขัดจังหวะ เมื่อผู้เรียนมีปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าครูจะช่วยได้ ครูต้องรู้จักส่งต่อ (Referral) ให้นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

สรุปบท

จิตวิทยาการศึกษาให้ครูเข้าใจว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร ทั้งในมิติของพฤติกรรม ปัญญา และสังคม Bloom’s Taxonomy ช่วยออกแบบวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน SDT ช่วยส่งเสริมแรงจูงใจภายใน และจิตวิทยาให้คำปรึกษาช่วยให้ครูดูแลผู้เรียนอย่างองค์รวม

คำถามทบทวน

  1. เปรียบเทียบทฤษฎีพฤติกรรมนิยมและคอนสตรัคติวิสต์ในด้านมุมมองต่อการเรียนรู้

  2. Bloom’s Revised Taxonomy มีมิติใดบ้าง และนำไปใช้ออกแบบวัตถุประสงค์อย่างไร

  3. ความต้องการ 3 ประการใน SDT มีผลต่อแรงจูงใจการเรียนอย่างไร

  4. ครูควรฟังผู้เรียนอย่างไรเพื่อให้เกิดความไว้วางใจ

  5. Self-Efficacy ของ Bandura สัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างไร

เอกสารอ้างอิง

Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (Eds.). (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing. Longman.

Bandura, A. (1977). Social learning theory. Prentice Hall.

Deci, E. L., & Ryan, R. M. (1985). Intrinsic motivation and self-determination in human behavior. Plenum.

Rogers, C. R. (1969). Freedom to learn. Charles E. Merrill.