วัตถุประสงค์การเรียนรู้ของบท

  1. อธิบายความหมายและคุณค่าของวิชาชีพครูในฐานะวิชาชีพชั้นสูงได้

  2. อธิบายกฎหมายวิชาชีพครูและบทบาทของคุรุสภาได้

  3. อธิบายมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู 6 ด้านตามข้อบังคับคุรุสภาได้

  4. เชื่อมโยงกรอบมาตรฐานการสอนระดับสากล (EI/UNESCO) กับมาตรฐานคุรุสภาได้

  5. อธิบายจรรยาบรรณวิชาชีพครู 9 ข้อ และนำไปปฏิบัติได้

1.1 ความหมายและคุณค่าของวิชาชีพครู

วิชาชีพครู (Teaching Profession) ถือเป็นวิชาชีพชั้นสูง (Profession) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เทียบเคียงได้กับวิชาชีพแพทย์ ทนายความ และวิศวกร วิชาชีพชั้นสูงมีลักษณะสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ (1) ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางที่ได้จากการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (2) มีองค์กรวิชาชีพที่ควบคุมดูแล (3) มีจรรยาบรรณวิชาชีพที่ชัดเจน (4) มีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และ (5) มุ่งบริการสังคมเป็นหลัก

ครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ เพราะครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ค่านิยม ทักษะ และวัฒนธรรมจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นต่อไป UNESCO ระบุว่าครูคือ “ตัวแปรที่สำคัญที่สุดในระบบการศึกษา” เนื่องจากคุณภาพของครูส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน การวิจัยของ Hattie (2009) พบว่าความสามารถของครูมีค่า Effect Size สูงถึง 0.49 ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น ๆ

เมื่อเปรียบเทียบกับวิชาชีพอื่น: แพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทนายความต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความ เช่นเดียวกัน ครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งออกโดยคุรุสภา สิ่งที่ทำให้วิชาชีพครูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ครูไม่ได้เพียงแต่ถ่ายทอดความรู้ แต่ยังต้องดูแล ปกป้อง และส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของผู้เรียนทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และคุณธรรม

1.2 กฎหมายวิชาชีพครูในประเทศไทย

พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เป็นกฎหมายหลักที่กำกับวิชาชีพครูในประเทศไทย กำหนดให้มีคุรุสภาเป็นองค์กรวิชาชีพครู มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พัฒนาวิชาชีพ และส่งเสริมคุ้มครองครู

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมีอายุ 5 ปี และต้องต่ออายุทุก 5 ปี โดยต้องผ่านการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ ตามเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด ผู้ที่สอนโดยไม่มีใบอนุญาตอาจได้รับโทษตามกฎหมาย

โครงสร้างมาตรฐานวิชาชีพ 3 ด้าน

คุรุสภากำหนดมาตรฐานวิชาชีพครูไว้ 3 ด้าน ได้แก่:

  • (ก) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ: กำหนดความรู้พื้นฐานที่ครูต้องมีก่อนเข้าสู่วิชาชีพ ครอบคลุมความรู้ 6 ด้าน

  • (ข) มาตรฐานการปฏิบัติงาน: กำหนดการปฏิบัติงานของครูในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียน และการพัฒนาตนเอง

  • (ค) มาตรฐานการปฏิบัติตน: กำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพครูที่ครูต้องปฏิบัติตาม

1.3 มาตรฐานความรู้วิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562

ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 กำหนดมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู 6 ด้าน ดังนี้:

มาตรฐานความรู้สาระสำคัญสมรรถนะที่คาดหวัง
ด้านที่ 1: ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครูทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และดิจิทัลสื่อสารได้ดี ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสอน
ด้านที่ 2: การพัฒนาหลักสูตรการวิเคราะห์ ออกแบบ จัดทำและพัฒนาหลักสูตรออกแบบหลักสูตรสอดคล้องกับผู้เรียนและบริบท
ด้านที่ 3: การจัดการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้ กลยุทธ์การสอน การจัดกิจกรรมจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ด้านที่ 4: จิตวิทยาสำหรับครูพัฒนาการ จิตวิทยาการเรียนรู้ การให้คำปรึกษาเข้าใจและดูแลผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม
ด้านที่ 5: การวัดและประเมินผลหลักการวัด เครื่องมือ การใช้ผลประเมินประเมินอย่างยุติธรรมและใช้ผลพัฒนาผู้เรียน
ด้านที่ 6: การบริหารจัดการในชั้นเรียนสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบ บรรยากาศการเรียนรู้สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและส่งเสริมการเรียนรู้

นอกจากนี้ ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา พ.ศ. 2563 ได้ขยายความมาตรฐานความรู้ทั้ง 6 ด้าน โดยระบุสาระความรู้และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับครูไว้อย่างละเอียด เพื่อให้สถาบันผลิตครูนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรการฝึกหัดครู

1.4 กรอบมาตรฐานการสอนระดับสากล (EI/UNESCO Global Framework)

Education International (EI) ร่วมกับ UNESCO ได้พัฒนา Global Framework of Professional Teaching Standards (2019) ซึ่งประกอบด้วย 3 โดเมน และ 10 มาตรฐาน เพื่อเป็นแนวทางระดับนานาชาติในการพัฒนาวิชาชีพครู:

Domain I: Teaching Knowledge and Understanding (มาตรฐาน 1-3)

  • มาตรฐาน 1: ความรู้เนื้อหาวิชา (Content Knowledge) — ครูต้องมีความรู้ลึกในเนื้อหาที่สอน

  • มาตรฐาน 2: ความรู้เกี่ยวกับผู้เรียน (Knowledge of Learners) — เข้าใจพัฒนาการ ความต้องการ บริบทของผู้เรียน

  • มาตรฐาน 3: ความรู้เกี่ยวกับบริบทการศึกษา (Contextual Knowledge) — เข้าใจนโยบาย กฎหมาย และบริบทสังคม

Domain II: Teaching Practice (มาตรฐาน 4-7)

  • มาตรฐาน 4: การวางแผนการสอน — ออกแบบการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ

  • มาตรฐาน 5: กลยุทธ์การสอน — ใช้วิธีการสอนที่หลากหลายและเหมาะสม

  • มาตรฐาน 6: การประเมินการเรียนรู้ — ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน

  • มาตรฐาน 7: สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ — สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและส่งเสริมการเรียนรู้

Domain III: Teaching Relations (มาตรฐาน 8-10)

  • มาตรฐาน 8: การทำงานร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน

  • มาตรฐาน 9: การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

  • มาตรฐาน 10: ความเป็นผู้นำทางวิชาชีพและการสนับสนุนเพื่อนครู

กรอบสากลนี้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภาในหลายด้าน กล่าวคือ Domain I สอดคล้องกับมาตรฐานความรู้ด้านที่ 2 และ 3 Domain II สอดคล้องกับด้านที่ 3, 5 และ 6 และ Domain III สอดคล้องกับด้านที่ 1 และการพัฒนาวิชาชีพตามเกณฑ์การต่อใบอนุญาต

1.5 OECD กับการพัฒนาวิชาชีพครู

OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ดำเนินโครงการ TALIS (Teaching and Learning International Survey) เพื่อศึกษาสภาพการสอนและการเรียนรู้ในระดับนานาชาติ ผลการสำรวจ TALIS 2018 ครอบคลุม 48 ประเทศและระบบการศึกษา มีข้อค้นพบสำคัญ ดังนี้:

  • ครู 94% รายงานว่ารู้สึกพอใจในงานของตน แต่เพียง 26% รู้สึกว่าสังคมให้คุณค่าแก่วิชาชีพครู

  • การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (CPD) มีผลต่อความมั่นใจในการสอนโดยตรง

  • ครูที่เข้าร่วม PLC (Professional Learning Community) มีแนวโน้มใช้วิธีสอนที่หลากหลายกว่า

  • ความร่วมมือระหว่างครูในโรงเรียนส่งผลบวกต่อคุณภาพการสอน

OECD ยังได้เสนอ 5 เสาหลักของวิชาชีพครู (5 Pillars of Teacher Professionalism) ได้แก่: (1) ความรู้เฉพาะทาง (Specialized Knowledge) (2) ศักยภาพการตัดสินใจ (Practice-Based Judgment) (3) จริยธรรมวิชาชีพ (Professional Ethics) (4) ความรับผิดชอบ (Accountability) และ (5) ชุมชนวิชาชีพ (Professional Community)

1.6 จรรยาบรรณวิชาชีพครู

คุรุสภากำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพครูไว้ 9 ข้อ ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ ดังนี้:

ข้อที่จรรยาบรรณแนวปฏิบัติ
1ครูต้องรักและศรัทธาในวิชาชีพครูมีความภูมิใจ ทุ่มเท และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
2ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ดูแลผู้เรียนด้วยความเอาใจใส่ ไม่เลือกปฏิบัติ
3ครูต้องมุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนออกแบบการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ
4ครูต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเข้าร่วมการพัฒนาวิชาชีพ ศึกษาหาความรู้ใหม่
5ครูต้องรักษาวินัยในตนเองปฏิบัติตามกฎระเบียบ ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ
6ครูต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมทั้งในและนอกโรงเรียน
7ครูต้องดูแลรักษาทรัพย์สินของทางราชการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด คุ้มค่า
8ครูต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใส ยุติธรรม ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
9ครูต้องร่วมมือกับชุมชนและสังคมมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

สรุปบท

วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคม กฎหมายวิชาชีพครูไทยกำหนดโครงสร้างมาตรฐานวิชาชีพไว้ 3 ด้าน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานสากลของ EI/UNESCO และแนวทางของ OECD ครูที่ดีต้องมีทั้งความรู้ ทักษะการสอน และจรรยาบรรณที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพในศตวรรษที่ 21

คำถามทบทวน

  1. จงอธิบายว่าเหตุใดวิชาชีพครูจึงถูกจัดเป็นวิชาชีพชั้นสูง และมีความแตกต่างจากวิชาชีพทั่วไปอย่างไร

  2. บทบาทหน้าที่สำคัญของคุรุสภาตาม พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มีอะไรบ้าง

  3. มาตรฐานความรู้วิชาชีพครู 6 ด้านตามข้อบังคับคุรุสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มีอะไรบ้าง แต่ละด้านมีความสำคัญอย่างไร

  4. กรอบมาตรฐานการสอนระดับสากล (EI/UNESCO) มีความสอดคล้องกับมาตรฐานคุรุสภาของไทยอย่างไร

  5. จงยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ครูอาจละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพ และควรปฏิบัติตนอย่างไรให้ถูกต้อง

กิจกรรมเสนอแนะ

  • กิจกรรมที่ 1: ศึกษาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจริง และวิเคราะห์เงื่อนไขการต่ออายุ

  • กิจกรรมที่ 2: เปรียบเทียบมาตรฐานวิชาชีพครูของไทยกับประเทศฟินแลนด์หรือสิงคโปร์

  • กิจกรรมที่ 3: สัมภาษณ์ครูประจำการเกี่ยวกับการนำจรรยาบรรณไปใช้ในชีวิตจริง

เอกสารอ้างอิงบท

คุรุสภา. (2562). ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา, 136(68 ง), 18–20. https://www.ksp.or.th

Education International. (2019). Global framework of professional teaching standards. https://www.ei-ie.org/file/332

OECD. (2019). TALIS 2018 results (Volume I): Teachers and school leaders as lifelong learners. https://doi.org/10.1787/1d0bc92a-en